น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลราชพิพัฒน์

***** ล้างมืออย่างไรห่างไกลโรค *****

ปัจจุบันโรคติดต่อหลายชนิดเกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดการตื่นตัวทางการป้องกันโรคมากขึ้น มีการป้องกันการติดเชื้อทางด้านต่างๆทั้งทางด้านอาหาร น้ำ สิ่งแวดล้อม การใช้เครื่องมือ
เพื่อป้องกันโรค เช่น ผ้าปิดจมูก ถุงมือ หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย เช่น สบู่ฆ่าเชื้อ สเปรย์ฆ่าเชื้อ แต่หากพิจารณาจากความคุ้มค่าราคากับวิธีการป้องกันโรคติดต่อเห็นจะไม่มี
วิธีใดที่ดีไปกว่า “การล้างมือ” ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการล้างมือ
โรคติดต่อหลายโรคมีมือเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การล้างมือเป็นวิธีการป้องกันโรคติดเชื้อทั้งทางเดินหายใจและการสัมผัส
โรคที่ติดต่อและทำให้เสียชีวิต คือ ไข้หวัดมรณะหรือซาร์ ไข้หวัดนก
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างมืออย่างถูกวิธี เพราะว่ามือถือเป็นอวัยวะที่คนเรา
ใช้สัมผัสกับสิ่งต่างๆรอบตัวมากที่สุด ทั้งยังสามารถเข้าไปได้ในทุกๆซอกของร่างกาย นับเป้นพาหะนำเชื้อโรคที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดและความเหมาะสมต่อการ
เป็นพาหะนำเชื้อโรคที่ดีของมือ คือ มีความชื้นตลอดเวลา ทำใหเชื้อมีชีวิตอยู่ได้เป็นวันๆ



โรคอะไรบ้างที่มือเป็นพาหะนำโรคได้

ในทางการแพทย์โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารทั้งหลายมักถูกเรียกว่า ติดต่อแบบ Fecal-oral route หรือติดจากกันสู่ปากในความหมายก็คือ เชื้อออกจากคนหนึ่งแล้วไปติต่อเข้าทางปากอีกคนหนึ่ง ซึ่งในความเป็นจริง คงไม่มีใครไปติดเชื้อโดยตรงอย่างนั้นแต่ต้องติดแบบมีที่มาที่ไป
เช่น ติดมากับอาหาร หรือเอาอะไรก็ตามที่มีเชื้อเข้าไปที่ปาก ตัวอย่างโรคได้แก่
โรคท้องเสียนานาชนิด โรคตับอักเสบเอ โรคติดเชื้อตามช่องบนหัว เช่น ตาแดง สิว จมูกอักเสบ โรคกลุ่มการติดเชื้อทางเดินหายใจ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการติดเชื้อจากภายนอกเข้าไป
แต่ส่วนหนึ่งก็สามารถ
เกิดการติดต่อจากเชื้อที่มีในตัว ซึ่งเหล่านี้ก็มักจะได้มาจากการไปจับบริเวณที่มีเชื้อภายนอกตัว
แล้วมาล้วงแคะแกะเกาจนทำให้เชื้อมาอาศัยบนตัว จนเกิดการติดเชื้อและก่อโรคในตัวคนนั้นๆ


ควรล้างมือเมื่อไหร่บ้าง


ทุกๆคนควรให้ความสำคัญกับการสร้างสุขนิสัยที่ดีด้วยการล้างมือทำความสะอาดมือ ภายหลังทำกิจกรรมต่างๆโดยเน้นว่า หากยอมเสียเวลาเพียง 20-30 วินาที ด้วยการล้างมือที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะทำก่อนและหลังที่ทำกิจกรรมดังต่อไปนี้
1. ก่อนและหลังสัมผัสตัวผู้ป่วย
2. หลังถอดถุงมือ
3. ก่อนและหลังทำหัตถการ
4. ทุกครั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ/ห้องส้วม
5. ทุกครั้งก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร
6. หลังจากการจามหรือไอ หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ชาย
7. ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้
8. หลังทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน
9. ทำความสะอาดหลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
10. ภายหลังจากออกไปปฏิบัตาภารกิจนอกบ้าน
11. ก่อนและหลังการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องมีการสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

ล้างมือยังไงจึงจะถูกต้อง

มีการศึกษาวิจัยพบว่า การล้างมือด้วยน้ำเปล่าและสบู่แล้วเอามือไปทาบกับอาหารเพาะเชื้อ พบว่าปริมาณเชื้อต่างกันอย่างลิบลับ นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยเรื่องการล้างมือชี้ให้เห็นว่า
การล้างมือของคนทั่วไป มักจะล้างไม่สะอาดและไม่ทั่วถึง ส่วนใหญ่มักสะอาดแค่ฝ่ามือส่วนปลายนิ้วที่เป็นส่วนที่นำเชื้อโรคได้ดีมักจะยังสกปรกอยู่ ดังนั้น จะเห็นได้ตามโรงพยาบาลหลายแห่งจะมีป้ายแสดงการล้างมือที่ดีไว้ 7 ขั้นตอน เพื่อให้การล้างมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ล้างมือด้วยอะไรจึงจะสะอาด

อ่างล้างมือ ควรระบายน้ำไม่ให้ไปขังในจุดวางสบู่ ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดมือชนิดใช้ผืนเดียวแขวนไว้ทั้งวัน อ่างล้างมือที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ที่พบเห็นโดยทั่วไปมักพบเฉพาะบริเวณห้องน้ำ/ห้องส้วม และมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ชำรุด หรือไม่ก็ขาดวัสดุอุปกรณ์ ส่วนประกอบที่จำป็น เช่น น้ำยาล้างมือหรือสบู่ กระดาษเช็ดมือ หรือเครื่องเป่ามือโดยอัตโนมัติ อ่างล้างมือควรเตะตา มีความเรียบง่าย และมีก๊อกน้ำที่ใช้การได้ดี ตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสม เพื่อความสะดวกของผู้ใช้



ที่มา: คณะกรรมการการป้องกันและควบุมการติดเชื้อ รพ.ราชพิพัฒน์ 12 กุมภาพันธ์ 2552